โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง

การตรวจภูมิคุ้มกันโควิด การตรวจหาภูมิคุ้มกันสำคัญแค่ไหน จำเป็นต้องตรวจหรือไม่ โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง

การตรวจหาภูมิคุ้มกันโควิดสำคัญแค่ไหน จำเป็นต้องตรวจหรือไม่ ?

แชร์โพส

การตรวจภูมิคุ้มกันโควิด

สำคัญแค่ไหนจำเป็นต้องตรวจหรือไม่ ? 

การตรวจภูมิคุ้มกันโควิด ตรวจภูมิโควิด ตรววจหาภูมิต้านทานโควิด หรือ การตรวจปริมาณแอนติบอดีในร่างกาย ตรวจภูมิหลังฉีดวัคซีนโควิด-19… มีความจำเป็นต้องตรวจหรือไม่ ควรตรวจภูมิหลังฉีดวัคซีนตอนไหนถึงจะมีค่าคงที่มากที่สุด เมื่อร่างกายได้รับวัคซีนร่างกายจะไม่ติดโควิดจริงหรือไม่ คำถามที่เกิดขึ้นจากความกังวลใจของผู้ที่รับวัคซีนป้องกันโควิด – 19 ต้องการคำตอบเพื่อความสบายใจ ลดความกังวล และสามารถออกไปใช้ชีวิตปกติได้  ”

สารบัญ

การตรวจภูมิคุ้มกันโควิด การตรวจหาภูมิคุ้มกันโควิด สำคัญแค่ไหน จำเป็นต้องตรวจหรือไม่ โดย เลคกล้า

การตรวจหาภูมิคุ้มกันCovid-19 คืออะไร

ตรวจหาภูมิคุ้มกัน หรือ การตรวจหาแอนติบอดีสำหรับไวรัส Covid-19 คือ การตรวจเลือดหาระดับภูมิคุ้มกันที่ร่างกายของเรามีต่อเชื้อโควิด19 โดยมักแนะนำให้ตรวจหลังหายดีหากมีการติดเชื้อหรือตามระยะเวลาที่เหมาะสมหลังรับวัคซีน รวมถึงการตรวจซ้ำเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง

 

ความสำคัญของการตรวจภูมิคุ้มกันโควิด-19

การตรวจภูมิคุ้มกันหลังจากฉีดวัคซีนมีความสำคัญ เนื่องจากทำให้ทราบว่าร่างกายของเรามีภูมิเหลือเท่าไรในการรับมือกับโรค และภูมิคุ้มกันลดลงไปมากเพียงใดเมื่อเวลาผ่านไป หรือการติดเชื้อในแต่ละคนที่มีความรุนแรงของโรคต่างกันหลังหายดีร่างกายจะได้ภูมิสักเท่าไรจากการป่วยครั้งนั้น ถึงแม้จะยังไม่ได้มีตัวเลขมาตรฐานกลางในระดับสากลว่าควรมีภูมิเท่าไรถึงเรียกว่าเพียงพอหรือควรกระตุ้นซ้ำในปัจจุบันก็ตาม 

 

การตรวจภูมิหลังฉีดวัคซีนโควิด มีกี่แบบ 

การตรวจภูมิคุ้มกันโควิด 19 เป็นการตรวจหาแอนติบอดี้ (Antibody) ในเลือด แบ่งได้เป็น 2 อย่างใหญ่ๆ ดังนี้

  1. การตรวจหา Binding Antibody เป็นการตรวจหา IgG และ IgM  การตรวจ Rapid Test เป็นการตรวจแบบรวดเร็ว ใช้เวลาน้อย จะรายงานผลเป็น Positive/Negative โดยมีทั้งแบบแปลผลแถบแยก IgG IgM และแบบแถบรวม ขึ้นอยู่กับชนิดของชุดตรวจนั้นๆ ปัจจุบันมีเครื่องตรวจ 2 บริษัท คือ Architect ของบริษัท Abbott ตรวจ แอนติบอดีชนิด IgG’ ต่อตัวจับบนผิวไวรัส (RBD) ด้วยวิธี CMIA รายงานผลเป็นหน่วย AU/mL ปัจจุบัน โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง ใช้การตรวจวัดเป็นเชิงปริมาณตัวเลข ด้วยวิธี CMIA Elecsys ของบริษัท Roche ตรวจ แอนติบอดีรวมต่อ RBD ด้วยวิธี ECLIA รายงานผลเป็นหน่วย U/mL สังเกตว่ามีความแตกต่างของชนิดของแอนติบอดีและหน่วยของระดับแอนติบอดี ทำให้ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้โดยตรง
  2. การตรวจหา Neutralizing Antibody คือการตรวจการ ลบล้างฤทธิ์ของไวรัส โดยจะตรวจแอนติบอดี้โดยการทดสอบกับไวรัส(PRNT) หรือไวรัสที่จำลองขึ้นมาให้คล้ายไวรัสโควิด(pVNT) วิธีการหลังนี้(NAB) จะรายงานเป็นร้อยละของการยับยั้ง (% inhibition) ในจานหลุมที่ใส่ซีรั่มหรือน้ำเลือดของผู้รับการตรวจ (Serum) เปรียบเทียบกับหลุมที่ไม่ได้ใส่ซีรั่ม ซึ่งจะประเมินผลจากการที่ว่า แอนติบอดี้สามารถลบล้างไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ที่เพาะเลี้ยงที่ระดับเจือจาง (titer) สูงสุดที่เท่าไร และมีข้อจำกัด 2 ประการ คือ วิธีนี้จะไม่ได้วัดแอนติบอดีที่สามารถจับกับส่วนอื่นบนโปรตีนหนาม (Spike Protein) โปรตีนตัวจับบนผิวไวรัส (RBD) ที่ใช้ทดสอบเป็นของสายพันธุ์ดั้งเดิมทำให้ % inhibition อาจสูงกว่าสายพันธุ์เดลตาที่กำลังระบาดอยู่

การตรวจภูมิคุ้มกันโควิด การตรวจหาภูมิคุ้มกันสำคัญแค่ไหน จำเป็นต้องตรวจหรือไม่ โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง

การเตรียมตัวก่อนตรวจหาภูมิคุ้มกันทำอย่างไร

  • คือ การมาเจาะเลือดส่งตรวจโดยไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร รอผลตรวจประมาณ 1-2 ชั่วโมง คำแนะนำ ควรฉีดวัคซีนให้ครบ 2เข็ม และหากต้องการตรวจ แนะนำมาตรวจที่ 2-4 สัปดาห์จะดีกว่า(4สัปดาห์จะมีประโยชน์กว่า) หรือหากเป็นการฉีดกระตุ้นซ้ำจากเดิมที่ภูมิสูงอยู่แล้ว สามารถมาตรวจหลังฉีด/ตรวจเพิ่มเติมที่12สัปดาห์อีกครั้งก็ได้
  • ปัจจุบันยังไม่มีคำแนะนำมาตรฐานว่า ควรตรวจที่กี่สัปดาห์บ้าง แต่หากอ้างอิงงานวิจัยที่ทำกัน มักจะตรวจที่ 0,2,4,8,12,16,24 สัปดาห์ ซึ่ง ณ 4,12,24 สัปดาห์ หลังเข็มที่2หรือเข็มกระตุ้น น่าจะเป็นตัวเลขที่เหมาะสม ไม่ช้าไม่เร็วไม่ถี่จนเกินไปและเลือกชนิดวิธีการตรวจที่มีให้บริการในสถานบริการนั้นๆ
การตรวจภูมิคุ้มกันโควิด การตรวจหาภูมิคุ้มกันสำคัญแค่ไหน จำเป็นต้องตรวจหรือไม่ โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง
สิ่งที่เข้าใจผิดสำหรับการตรวจหาภูมิคุ้มกันโควิด
  • ยิ่งตรวจภูมิบ่อยภูมิยิ่งลดเร็ว เป็นความผิดที่ผิด เนื่องจากภูมิคุ้มกันร่างกายจะลดลงเองตามธรรมชาติขึ้นอยู่กับร่างกายช้าเร็วไม่เท่ากัน  การตรวจเป็นเพียงการสุ่มตรวจ ณ เวลานั้นๆ ไม่ส่งผลต่อความเร็วในการลดลงของภูมิคุ้มกันแต่อย่างใด
  • ควรรีบมาเจาะเลือดตรวจภูมิหลังฉีดวัคซีน ในความเป็นจริง ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเพราะบางครั้งภูมิอาจจะยังไม่ขึ้น เมื่อร่างกายได้รับวัคซีน ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันระยะสั้นขึ้นมาเป็นหลัง (IgM) และสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวขึ้นทีหลัง (IgG) เป็นผลให้ ณ 2 สัปดาห์ ภูมิคุ้มกันจะสูงขึ้นมาก หลังจากนั้นจะลดลงเรื่อยๆ
  • ฉีดวัคซีนยี่ห้อเดียวกัน วันเดียวกัน ทำไมภูมิขึ้นไม่เท่ากัน เนื่องจากร่างกายมนุษย์มีความหลากหลาย ทั้งอายุ เพศ ความสามารถในการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน โรคประจำตัว พฤติกรรม และอื่นๆ ส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันที่ได้รับหลังฉีดวัคซีนในแต่ละคนไม่เท่ากัน
  • การรับประทานอาหารเสริมที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน เช่น วิตามินซี สังกะสี วิตามินดี จะช่วยเพิ่มระดับ ยืดระยะเวลาของภูมิคุ้มกันออกไปได้ รวมถึงทำให้ค่าที่ตรวจออกมาสูงเกินจริง ปัจจุบัน ยังไม่มีการรายงานว่าอาหารเสริมเป็นปัจจัยตัวกวนต่อการตรวจเลือดหาระดับภูมิคุ้มกัน รวมถึงการเพิ่มปริมาณ/ยืดอายุภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนได้อย่างแน่ชัด
  • ยิ่งภูมิคุ้มกันสูง ยิ่งกระตุ้นการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) ไม่เป็นความจริง  และองค์กร Lymphoma Research Foundation ยังแนะนำให้ฉีดวัคซีนในผู้ป่วย Lymphoma อีกด้วย

 

ค่าบริการตรวจหาภูมิคุ้มกันโควิด

ราคาตรวจหาภูมิคุ้มกันโควิด-19

 

ค่าบริการ แล้วแต่สถานบริการ ไม่มีราคากลางกำหนด เป็นไปตามอุปสงค์อุปทานและความพอใจของผู้ซื้อผู้ขาย ว่าต้องการการบริการลักษณะใด สำหรับโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง จัดโปรโมชั่นการตรวจภูมิคุ้มกัน ต่อเชื้อโควิด-19 (ตรวจด้วยวิธี CMIA) ในราคา 1,199 บาท จนถึง 31 ธันวาคม 2564 นี้ (จากราคาปกติ 1,405 บาท)

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

0
    0
    ตะกร้าสินค้าของคุณ
    ไม่มีสินค้าในตะกร้ากลับไปหน้าซื้อสินค้า