Thai CV Risk Score หรือ “แบบประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะเวลา 10 ปี สำหรับคนไทย”
ถูกออกแบบขึ้นเพื่อใช้ประเมินคนไทยโดยเฉพาะ ด้วยการนําปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เกิดขึ้นกับคนไทย ไม่ว่าจะเป็น เพศ อายุ ความดันโลหิต ระดับไขมัน เบาหวาน การสูบบุหรี่ รอบเอว และระดับการศึกษา มาคิดเป็นคะแนนที่สามารถแปรผลเป็นตัวเลขความเสี่ยงในอนาคต มีระยะเวลาในการทํานายความเสี่ยงได้ถึง 10 ปี
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับหน่วยงานทางสาธารณสุขหลายแห่ง ได้จัดทำแบบประเมินโดยพัฒนาจากการศึกษาอิทธิพลของปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยตรง และการติดตามคนไทย อายุ 35 -70 ปี จำนวน 9,000 คน ต่อเนื่องเป็นเวลา 30 ปี โดยกลุ่มตัวอย่างทำงานอยู่ในรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งและอาศัยอยู่ในพื้นที่แตกต่างกัน ทั้งกรุงเทพมหานคร จังหวัดกาญจนบุรี และ จังหวัดตาก
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
สถานที่ตั้ง : ชั้น 1 ตึก A
วันเวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08:00 – 20:00 น.
วันเวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08:00 – 20:00 น.
แนวทางการเลือกอาหารที่เหมาะสมเพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
- กินอาหารให้หลากหลาย และครบทุกหมู่ คือข้าว/แป้ง/ธัญพืช ผัก ผลไม้เนื้อสัตว์/ถั่ว นม และ ไขมัน เพื่อให้ได้รับ สารอาหารที่ครบถ้วน
- ควรเลือกทานข้าว / แป้ง / ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง วันละ 5-6 ทัพพีในผู้หญิง และ 8-9 ทัพพีในผู้ชาย
- กินผักหลากหลายสีเป็นประจำ วันละ 2-3 ถ้วยตวง เพื่อให้ร่างกายได้รับใยอาหาร และสารพฤกษเคมีที่หลากหลาย
- กินผลไม้หลากหลายสีเป็นประจำ วันละ 3-4 ผลกลาง (1 ผลกลาง = 6 – 10 ชิ้นขนาดคำ)
- เลือกดื่มนมพร่องหรือขาดไขมัน รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมพร่องไขมันหรือขาดไขมัน เช่น นมจืด โยเกิร์ตพร่องไขมันเป็นประจำวันละ 1-2 แก้ว เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ
- บริโภคเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดหนัง ไม่ติดมัน เนื้อปลา ไข่ขาว หรือ เต้าหู้ วันละ 200 – 300 กรัม และควรบริโภคปลาทะเลสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ เนย ชีส ครีม ไอศกรีม อาหารทะเล เช่น ปลาหมึก หอย ไข่และมันของสัตว์ทะเล เป็นต้น
- ปรุงอาหารโดยการต้ม นึ่ง ย่าง อบ ตุ๋น ปิ้ง หรือ ผัดด้วยน้้ำมันปริมาณน้อย แทนการทอดในน้ำมันปริมาณมาก
- จำกัดน้ำมันในการปรุงอาหาร โดยใช้ไม่เกินวันละ 6-9 ช้อนชา ควรเลือกใช้น้้ำมันพืช เช่น น้้ำมันรำข้าว น้้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด เป็นต้น
- หลีกเลี่ยงการใช้น้้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้้ำมันมะพร้าว น้้ำมันปาล์ม กะทิ และน้้ำมันจากสัตว์ เช่น น้้ำมันหมู เป็นต้น
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน เนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ รวมถึงอาหารทอดทุกชนิด เช่น ไข่เจียว ปาท่องโก๋ มันฝรั่งทอด ไก่ทอด เป็นต้น
- หลีกเลี่ยงขนมหวาน ขนมขบเคี้ยว รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เช่น เค้ก พาย คุกกี้ โดนัท ขนมครก ขนมชั้น กล้วยบวดชี ลอดช่องชาหรือกาแฟที่มีการเติมน้้ำตาล นมข้นจืด ครีม หรือ ครีมเทียม เป็นต้น
- หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง อาหารอบแห้ง และอาหารแช่อิ่ม
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้ความดันโลหิตสูง และไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด สูงขึ้น
- ดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่น้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักลงจากเดิมร้อยละ 5 -10 (ประมาณ 3 –10 กิโลกรัม) จะช่วยให้คุมระดับน้ำตาลในเลือด และความดันโลหิตได้ดีขึ้น